KaTeLaDa

posted on 09 Sep 2008 00:42 by katelada

ในปี 2526 or in 1983 <--- จะอังกฤษทำไม 

คุณณรงค์กับคุณเนาวรัตน์ (พ่อกับแม่ฉันเอง) ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงอ้วนพลีผมตั้งแก้มป่องนามว่า

..."ลูกเกด"...

ณ จังหวัดสุดฮิตติดท็อปทรี นั่นคือปัตตานีนั่นเอง...

แต่เกิดมาไม่ถึงปี พ่อแม่ก็รู้ว่าในอนาคตแถบนี้ร้อนระอุเลยรีบย้ายออกมาก่อนล่วงหน้า

เปล่าหรอก จริงๆแล้วพ่อกับแม่ทำข้าราชการ ชีวิตนี้ต้องย้ายไปนู่นนี่อยู่เรื่อย

จากปัตตานีก็มุ่งหน้าสู่ภาคอิสซึ่น ณ มหาสารคามนั่นเอง นี่จากใต้ไปอีสานเลย

 

เข้าเรียนที่แรก ณ "โรงเรียนพัฒนาเด็กปัญญาเลิศ" ภาพติดตาคือ เคยแสดงละครงานวันเด็กมั้ง

ครอบถุงกระดาษยักษ์ไว้ มันเป็นรูปหน้าคน แสดงเป็นตัวอะไรสักอย่าง

คงไม่ทำอะไรมากแค่เต้นๆโยกๆไปมา

อีกความทรงจำที่โรงเรียนนี้คือ เกดลดาฟันหัก พ่อเรียกว่า "หลอลี่"

เพราะในชั่วโมงเรียนคุณครูจะเล่านิทาน

ด้วยความสนใจอย่างแรงกล้า รีบลากเก้าอี้จะไปนั่งฟังแต่ดันสะดุดเสื่อน้ำมันในห้องเรียนซะก่อน

ฟันหน้าหนูหาย!!

ร้องไห้แงแง มันหายไปนานมากเลยจริงๆค่ะ

ยังไม่จบแค่นี้ วีรกรรมเด็ดคือ ตอนไปทำงานแม่ แม่อยู่เวร แล้วเกดวิ่ง

ซนที่ทำงานแม่ โดนแม่ว่า งอลครับท่าน ปีนเก้าอี้เล่นทันใดนั้นเก้าอี้หล่นโครม

เกดลดาเอาศอกซ้ายเท้าพื้นไว้

แน่นอนกระดูดหัก จ๋อยไปเลยเข้าเฝือกอยู่นานยังมีแผลเป็นให้ระลึกถึงความซนมาจนทุกวันนี้

....เอ๊ะ ชีวิตฉันมีปัญหากับเก้าอี้เสียจริง -*-

 

ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีวีรกรรมจมน้ำในวันแข่งกีฬาของโรงเรียนด้วย

เนื่องด้วยเป็นคนชอบนั่งเหม่อไม่ฟังครูให้ดี

เค้าถามว่าใครจะลงแข่งว่ายน้ำบ้าง เกดลดามองอีกทีเพื่อนๆยกมือกันเต็มเลยยกบ้างอินเทรน เดี๋ยวเชย

งานเข้าเลย มารู้ว่าต้องลงว่ายน้ำก็ไม่กล้าปฏิเสธคุณครูแล้ว (ตอนนั้นว่ายไม่เป็น - -')

อารมณ์เด็กๆ ไม่กล้าขัดผู้ใหญ่ ว่าง่ายเกินไปนิด และแล้ววันแข่งก็มาถึงใส่ชุดว่ายน้ำวันพีซสีฟ้า

สายคล้องคอเซ็กซี่มากเป็นการว่ายน้ำพร้อมโฟมด้วยนะคะ

แต่เกดลดาชอบวิจัยใต้น้ำ มือถือโฟมแต่ตัวจมลงไป

เรื่องของเรื่องก็ว่ายไม่เป็นเลยนั่นล่ะ การแข่งครั้งนี้พี่สาวเกดแข่งด้วย

สองพี่น้องรักกันมาก รั้งท้ายวิจัยใต้น้ำทั้งคู่...

จนมีรุ่นพี่หรือครูไม่รู้ว่ายน้ำมาช่วย ถึงจะเป็นเด็กแต่ก็รู้สึกอายเป็นค่ะ

งานนั้นจำความได้ว่าอายอยู่ลึกๆที่ทุกคนจับตามมองมากันทั้งสระ

 

และแล้วเมื่อสร้างความอับอายมามากพอ พ่อแม่ก็ย้ายที่ทำงานอีกครั้ง

คราวนี้ เข้ากรุงแล้วเว้ยเฮ้ย มาเช่าบ้านอยู่ที่จรัญ 13 และเกดก็มาสร้างความปั่นป่วนอีกที่

"โรงเรียนสายประสิทธิ์วิทยา" กระโปรงสีแดงเลยจำได้ มาเข้าป.1 ที่นี่

ตอนสัมภาษก์ครูให้อ่านหนังสือพิมพ์

ตอนนั้นอ่านไม่ค่อยออก แต่พี่สาวอ่านได้ครูใหญ่เลยให้เข้ามั้งนะถ้าจำไม่ผิด 555

จำได้ว่าเป็นเด็กขี้แงมาก แม่มาส่งก็ร้องไห้ไม่ให้แม่กลับบ้าน เคยถึงขนาดร้องดิ้นๆ

เอามือเกาะระเบียงครูต้องมาดึงกันให้วุ่น ป่วนมากเด็กคนนี้...

เวลาเรียนคุณครูจะมายืนบังเกดลดาเป็นประจำเวลาจดกระดาน

เพราะเป็นคนที่เงยหน้ามาจดแทบจะทุกตัว

อักษร (ดูเป็นเด็กพัฒนาการช้าจริงๆชั้น) รู้สึกได้ว่าเป็นเด็กมีปัญหาคนหนึ่งเลย ฮ่าๆ

 

อยู่ได้ถึงป.2 ก็ย้ายที่เรียนอีกครั้ง คราวนี้มาอยู่นนทบุรี ที่อยู่ปัจจุบันที่คิดว่าคงอยู่ไปอีกนานแล้วเพราะ

คราวนี้อาศัยนโยบาย "ปักหลัก" ส่วนพ่อก็ยังคงย้ายจังหวัดต่อไป แล้วแวะมาหาลูกๆในวันสุดสัปดาห์

 และก็ได้มาเข้าโรงเรียนประถมที่ "โรงเรียนดรุณวิทย์ศึกษา" เริ่มเรียนเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนป.6 สอบได้ที่สอง

ได้ออกไปยืนหน้าเสาธงได้รางวัลด้วย (จริงๆเพราะพวกเด็กเก่งได้ย้ายไปห้อง1กันหมด 5555)

 

และในวันฟังผลสอบนั้นเอง เกดลดาก็ได้รับดอกไม้จาก

ชายหนุ่มที่มาหลงรักเรามาตั้งนาน

แต่ไม่ยอมบอก!!!!!!!!!!!!!  มาบอกอะไรป่านนี้...

ชีวิตวัยเด็กประถมก็จบลงพร้อมกับไม่ได้เอาดอกกุหลาบนั่นกลับบ้าน เพราะเขิลปล่อยให้น้อง

ของเพื่อนเอาไปถือเล่นแล้วมันแย่งกันเองจนดอกกุหลาบขาดสองท่อนต่อหน้าต่อตา >.<

 ค่ะ...แน่นอน เราก็ไม่ได้คบกันหรอก ทางใครทางมันด้วยความหยิ่งของเกดลดา

(ฟอร์มเยอะไปหน่อยมาตอนนี้เสียดายจังวะ...)

  ลืมบอกว่าในชีวิตประถม เกดลดาได้ประกวดสวดมนต์ชนะด้วยนะ 555

จนครูจัดให้ไปแข่งประกวดร้องเพลงทำนองเสนาะ กับในอำเภอ

ผลไม่ต้องพูดถึงแค่ท่าตีฉิ่งของโรงเรียนอื่นก็กินขาด เกดลดาตีฉิ่งไม่เป็นค่ะ

แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี

 

ใครรู้จักละครเรื่องน้ำใสใจจริงมั่งคะ ถ้ารู้จักก็แปลว่าเราแก่พอๆกัน - -'

มันเป็นเรื่องราวของชีวิตเด็กที่อยู่หอค่ะ และแน่นอนเกดลดาเข้าเรียนโรงเรียนมัธยม

ที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งนั่นคือ "โรงเรียนอัมพรไพศาล" แห่งนี้นี่เองงง

เสนอที่บ้านว่า ขออยู่ประจำนะ ที่บ้านก็เอาสิ จัดไปค่ะ อาทิตย์แรกมีเด็กชะเง้อคอยาวรอผู้ปกครองมารับ

จนเพื่อนๆกลับบ้านกันหมด โทรศัพท์ก็โทรไม่ได้ ง่อยเลย แม่ไม่มา เกดถูกทิ้ง!!

ในหอฝั่งที่เกดนอน (เป็นเตียงรวม) เหลือแค่เกดกับรุ่นพี่อีกคนเท่านั้น

แน่นอนค่ะ เกดลดานอนร้องไห้ น่าสงสารยิ่งนัก จนคุณครูเข้ามาบอกว่า แม่โทรมาบอกว่ารถติดมาก

คงมาไม่ทันโรงเรียนปิดก่อน คุณครูเลยบอกให้แม่มารับอีกวันนึง....

...ชีวิตที่ถูกทิ้งตั้งแต่ครั้งแรกที่อยู่ประจำ หมดกัน ตั้งแต่นั้นก็ไม่อยากอยู่อีกเลยจนหมดไปหนึ่งปีก็

ไป-กลับ นั่งรถโรงเรียนจนถึงม.6

และเรียนจบไปกับการเป็นเด็กสายศิลป์-ภาษาฝรั่งเศส เกรดเฉลี่ย 3.14  ...

 

จนกระทั่งเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

ด้วยการเอนทรานซ์แบบที่ต้องลุ้นกับผลคะแนนของชาวบ้านไปด้วย

ว่าเฮ้ยคะแนนเราเท่านี้จะเข้าที่นี่พอลุ้นมั้ยวะ

เลือกไปเลือกมา เอาวะชั้นเรียนภาษาฝรั่งเศสมาแล้ว

เรียนต่ออีกก็ไม่เห็นเป็นไร เลยได้มาอยู่

"มหาวิทยาลัยศิลปากร"  คณะโบราณคดี เอกภาษาฝรั่งเศสแห่งนี้นี่เองงง

ในช่วงชีวิตสี่ปีแห่งรั้วมหา'ลัย  เกดลดาก็ไม่เจียมค่ะ สนแต่กิจกรรม

ทั้งที่เอกฝรั่งเศสที่นี่หินมาก แน่นอนเลี้ยงหมามาตลอดทุกปี ต้องมีสักตัวให้ชื่นใจ

ได้มีโอกาสเป็นเลขาสโมสรนักศึกษาอยู่ปีนึงด้วยนะเอ้อ..

จริงๆก็คือ GB นั่นเอง แต่ก็สนุกดี ได้โทรหาหนุ่มที่ชอบเพราะเป็นหัวหน้าคณะ ฮิ้ววววว

ไม่ทำสโมไม่กล้านะเนี่ย (โทรนัดประชุมน่ะค่ะ..ระดับเกดต้องป๊อดๆหน่อยกล้าที่ไหนโทรจีบหนุ่ม)

 

อ๊ะๆ จากรูปข้างบนมีแววแต่เด็กใช่มั้ยล่ะ

คืองี้..เกดได้ประกวด SMA (Silpakorn Music Awards) ด้วยนะ

คือรุ่นน้องมันขาดคนแล้วเกดเล่นกีต้าร์ตะแง๊วๆอยู่ในสโมบ่อยๆ

มันก็เลยลากไปห้องซ้อม แล้วทันใดนั้นมันก็บังคับขึ้นเวทีอย่างเสียมิได้

เรื่องฝีมือไม่ต้องพูด ห่วยมาก อาศัยหน้าด้านเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอดบนเวที

ดีนะที่รุ่นน้องที่อยู่ข้างล่างมันตะโกนบอกตอนเริ่มๆว่าให้เบาเสียงกีต้าร์หน่อย

(มันรู้แน่ๆว่าไอ้นี่พาล่มแน่ๆสกัดด้วยการเบาเสียงกีต้าร์ซะเลย)

แน่นอนเบาซะจนเสียงแทบไม่ออกซึ่งดีมากเพราะเกดลดาเล่นผิดเพียบ

มือสั่นขาสั่นไปหมด ปกติได้แต่นั่งเล่นนี่ต้องมายืนเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าอีก 

โอยแทบคลั่ง แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ เพื่อนกรี๊ดกันใหญ่เำพราะไม่คิดว่าเกดจะกล้าขึ้นเวที

ดีเหมือนกันทำอะไรที่บ้าๆลงไปบ้างได้มีอะไรไปเล่ายันลูกบวช

ว่าครั้งหนึ่งชั้นเคยประกวดดนตรีด้วยนะเฮ้ยย(อย่าบอกมันนะว่าเล่นห่วย)

  ...ไว้มาเล่าต่อค่ะ...